วิธีรักษาโรคกระดูกพรุน | www.freeclassified.talad.info 

ประกาศอัพเดท

วิธีรักษาโรคกระดูกพรุน

ลงประกาศเมื่อ 22 Jun 2020 อัพเดทล่าสุด 22 Jun 2020 17:30:22 น. เข้าชม 79 ครั้ง

Pussy888
บาคาร่าออนไลน์

รูปภาพประกาศ

รายละเอียดประกาศ

วิธีรักษาโรคกระดูกพรุน
ในรายที่สงสัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน เช่น อายุมาก หรือหญิงวัยหมดประจำเดือน หรือเป็นผู้ที่มีโรคหรือมีภาวะเสี่ยง ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัย ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก ก็ควรไปพบแพทย์เช่นกัน เพราะถ้าสามารถตรวจพบและให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ โรคกระดูกพรุนก็จะมีโอกาสหายหรืออาการดีขึ้นได้มาก
ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะให้รับประทานยาเม็ดแคลเซียม เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต  ครั้งละ 600-1,200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง  ผู้ป่วยควรรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ คือ ประมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัม แต่ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (อายุ 50-55 ปี) ควรรับประทานแคลเซียมให้ได้วันละ 1,500 มิลลิกรัม โดยอาจมาจากการดื่มนม การรับประทานอาหารอื่น ๆ ที่มีแคลเซียมสูง หรือรับประทานยาเม็ดแคลเซียม (ไม่ควรรับประทานแคลเซียมในขนาดที่สูงกว่าที่แนะนำ เนื่องจากการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการรับประทานแคลเซียมขนาดสูงจะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกจนถึงขนาดที่จะลดโอกาสเกิดกระดูกหักได้)  สำหรับยาเม็ดแคลเซียมนั้นจะมีความแตกต่างกันที่รูปเกลือ ซึ่งจะให้ธาตุแคลเซียมได้ไม่เท่ากัน โดยในรูปของแคลเซียมคาร์บอเนตจะให้แคลเซียมได้มากที่สุดคือร้อยละ 40 (ขนาด 100 มิลลิกรัม จะได้ปริมาณแคลเซียม 40 มิลลิกรัม) รองลงมาคือ แคลเซียมอะซิเตต ร้อยละ 25, แคลเซียมซิเตรต ร้อยละ 21, แคลเซียมแลคเตต ร้อยละ 13 และแคลเซียมกลูโคเนต ร้อยละ 9 ตามลำดับ ดังนั้น จะต้องรับประทานผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมคาร์บอเนตวันละประมาณ 2,500 มิลลิกรัม หรือ
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด
ต้องรับประทานผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมกลูโคเนตวันละประมาณ 11-12 กรัม จึงจะได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมตามความต้องการ  เกลือแคลเซียมเหล่านี้มีอัตราการละลายไม่เท่ากัน โดยแคลเซียมซิเตรตจะละลายได้ดีกว่าแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเกลือที่ละลายดีกว่าจะถูกดูดซึมได้เร็วกว่า ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงควรเลือกรับประทานแคลเซียมซิเตรต และควรรับประทานก่อนอาหารเนื่องจากสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะช่วยละลายเกลือแคลเซียมได้ดี  นอกจากรูปเกลือที่ต่างกันแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมยังมีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งชนิดที่เป็นยาเม็ดแข็ง ยาเม็ดฟู่ และยาแคปซูล ซึ่งต่างก็ทำขึ้นมาเพื่อให้สะดวกแก่การรับประทาน เช่น ยาแคปซูลจะกลืนได้ง่ายกว่ายาเม็ดและไม่ละลายในปาก ยาเม็ดฟู่จะมีรสชาติดีกว่ายาเม็ด โดยใส่ยาเม็ดฟู่ลงในน้ำและดื่มในขณะที่ยังมีฟองฟู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็มีประสิทธิภาพเท่านั้น บางผลิตภัณฑ์ก็มีการเติมวิตามินดีหรือวิตามินซีด้วย เพื่อให้แคลเซียมถูกซึมได้ดีขึ้นจากทางเดินอาหาร และวิตามินดียังช่วยเก็บแคลเซียมไม่ให้ถูกขับออกทางไตด้วย ส่วนวิตามินรวมที่มักมีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบนั้น มักจะมีปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอสำหรับความต้องการ โดยเฉพาะกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หากจะรับประทานวิตามินรวมก็ต้องรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเสริมด้วย แต่ไม่ควรเพิ่มขนาดยาวิตามินบีรวม เพราะแม้จะได้ปริมาณแคลเซียมตามความต้องการ แต่จะได้ปริมาณวิตามินอื่น ๆ เพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งวิตามินบางชนิดหากได้รับในขนาดที่สูงเกินไปก็จะเป็นอันตรายได้  ปัญหาสำคัญของการรับประทานยาเม็ดแคลเซียม คือ ทำให้ท้องผูก จึงแนะนำให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ และรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น, แคลเซียมมีปฏิกิริยากับยาหลายชนิด เช่น ยาต้านจุลชีพฟลูออโรควิโนโลน  ยาต้านจุลชีพเตตราไซคลีน  เป็นต้น
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด
ทำให้ยาเหล่านี้ถูกดูดซึมน้อยลง ดังนั้น จึงควรรับประทานยาเม็ดแคลเซียมให้ห่างจากยาอื่นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง, การรับประทานยาเม็ดแคลเซียมในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองด้วย ซึ่งมีโอกาสเกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ถ้าในผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว การเสริมแคลเซียมมากก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้แก่ผู้สูงอายุ  ในรายที่อยู่แต่ในร่มตลอดเวลาหรือไม่ได้รับแสงแดด แพทย์อาจให้วิตามินดีร่วมด้วยวันละ 400-800 IU เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมของแคลเซียมจากลำไส้ ควบคุมการขับถ่ายแคลเซียมในไต และควบคุมการสะสมแคลเซียมในเนื้อกระดูก (แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยขาดวิตามินดี เพราะผิวหนังสามารถสร้างวิตามินดีได้จากแสงแดด ซึ่งต่างจากคนในประเทศที่มีแสงแดดน้อย)
สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายและชะลอการสลายของแคลเซียมในเนื้อกระดูก เช่น Conjugated equine estrogen (CEE) ที่มีชื่อทางการค้า เช่น พรีมาริน  ในขนาด 0.3-0.625 มิลลิกรัม หรือ Micronized estradiol ในขนาด 0.5-1 มิลลิกรัม วันละครั้ง ส่วนในรายที่มีข้อห้ามในการใช้หรือมีผลข้างเคียงมาก อาจให้ราโลซิฟีน แทน ในขนาดวันละ 60-120 มิลลิกรัม ซึ่งยานี้จะออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า สำหรับผู้ชายสูงอายุที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนร่วมด้วย อาจต้องให้ฮอร์โมนชนิดนี้เสริม นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ยากระตุ้นการดูดซึมของแคลเซียม และ/หรือยาลดการสลายกระดูกเพิ่มเติมแก่ผู้ป่วย เช่น ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต  ยาในกลุ่มนี้มีทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทาน สามารถช่วยลดการสลายกระดูกและเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ดีและรวดเร็ว และช่วยป้องกันการแตกหักของกระดูกสันหลังและสะโพก จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยชายหรือผู้ป่วยหญิงที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน นอกจากนี้ยังใช้ป้องกันภาวะกระดูกพรุนในผู้ที่ต้องกินยาสเตียรอยด์เป็นเวลานานได้อีกด้วย แต่มีข้อเสียคือราคาที่ค่อนข้างแพงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ ที่นิยมใช้ได้แก่ อะเลนโดรเนต, ไอแบนโดรเนต , ไรซิโดรเนต เป็นต้น สำหรับยาอะเลนโดรเนตให้ใช้ในขนาด 10 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 1 ครั้ง หรือให้ใช้ในขนาด 70 มิลลิกรัม รับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สิ่งสำคัญที่ควรทราบเวลารับประทานยากลุ่มนี้ก็คือ ควรรับประทานยาตอนท้องว่าง นั่นคือรับประทานก่อนอาหารเช้าประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมได้ดีขึ้น และเนื่องจากยากลุ่มนี้มีอาการข้างเคียงที่ทำให้หลอดอาหารเป็นแผลได้ ดังนั้นหลังจากรับประทานยาแล้วควรอยู่ในท่านั่งหรือยืนตรง ห้ามนอนราบ ห้ามก้ม ห้ามเอนโดยเด็ดขาดเป็นเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที เพราะอาจจะทำให้ยาย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้มากขึ้น (อาการที่สังเกตได้คือ รู้สึกเจ็บคอ แสบคอ หรือเจ็บเวลากลืนอาหาร หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร) ไม่รับประทานยาพร้อมกับนม กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำแร่ หรือยาเม็ดแคลเซียม เนื่องจากจะทำให้การดูดซึมของยาชนิดนี้ลดลง
ในกรณีที่ลืมรับประทานยาในตอนเช้า ไม่ควรรับประทานยาในวันที่ลืม แต่ให้ข้ามการรับประทานยาในวันนั้นไปแล้วเริ่มรับประทานยาใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้นในช่วงเวลาเดิมที่เคยรับประทาน หรือกลับมารับประทานยาในวันเดิมของสัปดาห์ตามปกติในรอบสัปดาห์ถัดไป (ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า) เพราะยาในกลุ่มนี้จะดูดซึมได้ดีที่สุดในตอนเช้าหลังตื่นนอนขณะท้องว่าง ยาในกลุ่มนี้มีวิธีการใช้หลายแบบ ได้แก่ แบบรับประทานทุกวัน วันละ 1 ครั้ง (Alendronate, Risedronate), แบบรับประทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (Alendronate, Risedronate), แบบรับประทานเดือนละ 1 ครั้ง (Ibandronate, Risedronate), แบบฉีดเดือนละ 1 ครั้ง (Pamidronate), แบบฉีดทุก 3 เดือนครั้ง (Ibandronate), แบบฉีดปีละ 1 ครั้ง (Zoledronate) ดังนั้น สำหรับยาแบบรับประทานเมื่อได้รับยามาแล้วควรตรวจสอบวิธีการใช้ทุกครั้ง
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด
หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเพื่อจะได้ไม่ใช้ยาผิดวิธี  แคลซิโทนิน  มีทั้งชนิดพ่นจมูกและฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ยานี้มีผลข้างเคียงต่ำ สามารถช่วยลดการสลายกระดูกได้ แถมยังช่วยลดอาการปวดเนื่องจากการแตกหักและยุบตัวของกระดูกสันหลังได้ด้วย แต่ยานี้มีราคาแพงเมื่อเทียบกับยาอื่น ๆ มักใช้ในผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ โดยชนิดฉีดนิยมใช้ลดอาการปวดเมื่อเกิดกระดูกหักใหม่ ๆ ส่วนชนิดพ่นจมูกจะใช้รักษาในระยะยาว  ยาสร้างกระดูก เช่น พาราไทรอยด์ฮอร์โมน ใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังวันละครั้ง สามารถช่วยลดภาวะกระดูกพรุนได้ดีมาก โดยตัวยาจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกให้สร้างมวลกระดูก จึงมักใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนอย่างรุนแรง แต่ไม่ควรใช้นานเกิน 2 ปี เพราะจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระดูก ฟลูออไรด์ จากการศึกษาพบว่า ฟลูออไรด์สามารถเพิ่มปริมาณของเนื้อเยื่อกระดูกได้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าไม่สามารถป้องกันกระดูกหักได้ และยานี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยถึงขนาดที่เหมาะสม  ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น กระดูกหัก ก็ให้การรักษา เช่น การเข้าเฝือก การผ่าตัด การทำกายภาพบำบัด เป็นต้น ส่วนในรายที่มีโรคหรือภาวะที่เป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุนชนิดทุติยภูมิ ก็ให้การรักษาไปพร้อม ๆ กัน  ผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและติดตามการรักษากับแพทย์อยู่เสมอ รวมถึงควรปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับวิธีป้องกันโรคกระดูกพรุนในหัวข้อด้านล่าง ซึ่งจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและป้องกันไม่ให้กระดูกหักได้ โดยแพทย์จะนัดมาตรวจเป็นระยะ ๆ และอาจต้องทำการตรวจกรองมะเร็งเต้านมและปากมดลูก (สำหรับผู้ที่กินยาฮอร์โมนเอสโตรเจน) ปีละ 1 ครั้ง ตรวจความหนาแน่นของกระดูกทุก ๆ 2-3 ปี เอกซเรย์ในรายที่สงสัยว่ามีกระดูกหัก เป็นต้น วิธีรักษาโรคกระดูกพรุนหมั่นออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพ ครั้งละ 30-60 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยควรเน้นการออกกำลังกายที่มีการถ่วงหรือต้านน้ำหนัก เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว เดินสลับวิ่ง เดินขึ้นบันได กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก เต้นรำ รำมวยจีน ยกน้ำหนัก บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล  เป็นต้น ส่วนในผู้สูงอายุไม่ควรวิ่งหรือเล่นกีฬาหนัก ๆ แต่ควรออกกำลังกายที่เบาลง ได้แก่ การเดินเร็ว การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์, การรำมวยจีน, รำจี้กง, รำไท้ฉี เป็นต้น เนื้อกระดูกที่ลดลงจากการเป็นโรคกระดูกพรุน จะทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงและกระดูกสันหลังมักทรุดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งคำแนะนำดังต่อไปนี้จะช่วยมิให้กระดูกสันหลังทรุดเร็วเกินไป ได้แก่  การนอน - การนอนหงายให้ใช้หมอนหนุนใต้เข่าซึ่งจะช่วยให้หลังตรงขึ้น การนอนตะแคงให้
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด
นอนกอดหมอนข้างจะช่วยให้หลังตรงและไม่ปวดหลัง ส่วนการนอนคว่ำจะช่วยให้กระดูกหลังแอ่นขึ้นและป้องกันกระดูกไม่ให้ทรุดได้ แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีกระดูกทรุดอยู่ก่อนแล้ว  การยืนหรือการเดิน - ควรยืนตัวตรง เวลาเดินให้เดินตัวตรงและอย่าให้เท้าบิดไปข้างใดข้างหนึ่ง พร้อมกับเชิดหน้าและยืดศีรษะ ถ้าต้องยืนนาน ๆ ควรมีที่รองเท้าเพื่อยกเท้าขึ้นพักสลับกัน  การนั่ง - ให้นั่งให้สุดที่รองก้น หลังพิงกับพนักพิง มีหมอนหนุนบริเวณเอว ดึงคางและศีรษะไปข้างหลัง ตามองตรง เท้าวางให้เต็มพื้น ส่วนการนั่งขับรถควรจะเลื่อนที่นั่งมาให้ใกล้พวงมาลัย เมื่อเหยียบเบรกเข่าจะได้อยู่สูงกว่าสะโพก  การผูกเชือกรองเท้า - ควรหาโต๊ะสำหรับรองเท้า เวลาผูกเชือกจะได้ไม่ต้องก้ม  การกวาดบ้านถูบ้าน - ไม่ควรก้ม แต่ให้ใช้ไม้ม็อบถูพื้นแทนการเช็ดถูด้วยมือ และใช้ไม้กวาดด้ามยาวเพื่อจะได้ไม่ต้องก้ม การยกของ - ไม่ควรก้มไปยกของ แต่ให้ใช้วิธีการนั่งยอง ๆ จับของแล้วค่อย ๆ ยืนขึ้น การไอหรือจาม - ควรใช้มือข้างหนึ่งปิดปาก ส่วนอีกข้างกดบริเวณหลัง อย่าก้มหลังขณะไอหรือจามเพราะจะทำให้หมอนกระดูกเลื่อนได้  การออกกำลังกาย - มีอยู่ด้วยกันหลายท่า เช่น การยืนแอ่นหลัง มือกดที่เอว, การวิดพื้นในท่าแอ่นหลัง, การนอนคว่ำพร้อมกับยกขาขึ้นข้างหนึ่งเกร็งไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วสลับข้างกันไป, การทำท่าแมวเหยียด (เริ่มในท่าคลาน 4 ขา จากนั้นให้เลื่อนก้นไปทางด้านหลัง ก้มหน้าลงแล้วเหยียดแขนไปข้างหลังให้มากที่สุดพร้อมกับหายใจออก), การยกแขนขาทั้งสี่ (เริ่มจากท่าคลาน โดยให้แขนตรงกับไหล่ ขาตรงกับสะโพก ส่วนหลังให้อยู่ในแนวขนานกับพื้น แล้วจะยกแขนทีละข้างตรงไปข้างหน้าและเกร็งไว้ จากนั้นให้เหยียดขาไปข้างหลังเกร็งไว้ 3 วินาที แล้วสลับขา เมื่อแข็งแรงดีแล้ว จึงให้ยกแขนและขาด้านตรงข้ามกันเกร็งไว้ 3 วินาที แล้วสลับข้างกัน) เป็นต้น แต่ควรงดการใช้ท่าบริหารที่ทำให้หลังโค้ง และหากมีโรคประจำตัว หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือเป็นโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย  ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนจะต้องระมัดระวังไม่ให้หกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้กระดูกหัก เช่น การจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย (เช่น บันไดที่ขึ้นลงควรมีราวยึดเกาะ, ติดแผ่นยางกันลื่นในพื้นห้องน้ำ, ติดแสงไฟให้เพียงพอ, ระวังพื้นต่างระดับ, เช็ดพื้นที่เปียกน้ำทันที, เก็บสายไฟที่เกะกะตามพื้น, เปลี่ยนแว่นสายตาหากมองภาพไม่ชัด ฯลฯ), หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้ง่วงนอนหรือกล้ามเนื้อเกิดอาการอ่อนแรง (เช่น ยากล่อมประสาท), แก้ภาวะความดันตกในท่ายืนหรือสายตามัว (เช่น ต้อกระจก) เป็นต้น อนึ่ง การรักษาโรคกระดูกพรุนจำเป็นต้องรับการรักษาเป็นระยะเวลานานและยาที่ใช้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะในผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการใช้ยา ชนิด ขนาด และระยะเวลาในการใช้ยาที่แตกต่างกันไป และยาต่าง ๆ เหล่านี้ หากใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้  การป้องกันโรคกระดูกพรุนที่ดีที่สุด คือการทำให้กระดูกมีความแข็งแรง ถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มทำตั้งแต่วัยเยาว์ โดยการเสริมสร้างมวลกระดูกให้มีค่าความหนาแน่นสูงสุดในช่วงก่อนอายุ 30 ปี (หากพ้นวัยนี้ไปแล้วร่างกายจะไม่สามารถสะสมเนื้อกระดูกเพิ่มขึ้นได้แล้ว เนื่องจากกระบวนการสลายตัวของกระดูกจะเกิดขึ้นมากกว่าการสร้าง เราจึงทำได้เพียงแค่รักษาเนื้อกระดูกที่มีอยู่ไม่ให้ลดไปจากเดิม) เพื่อสะสมต้นทุนให้กระดูกแข็งแรงและมีคุณภาพที่ดีในวัยผู้ใหญ่ต่อไป ลดโอกาสที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหัก หลังจาก
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด
ความหนาแน่นของมวลกระดูกเริ่มลดลงอย่างช้า ๆ เราควรเสริมแคลเซียมให้เพียงพอเพื่อทดแทนการสลายของมวลกระดูกและรักษาเนื้อกระดูกที่มีอยู่ เพราะเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยสูงอายุ มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ  ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนตามที่กล่าวมา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจกรองโรคกระดูกพรุน เช่น หญิงวัยหมดประจำเดือน, ผู้สูงอายุ, ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ๆ, ผู้ที่มีโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น  กระดูกพรุนอาหารควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ทุกวันในปริมาณที่พอเหมาะที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูงควรรับประทานให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะจากการวิจัยพบว่า คนไทยได้รับแคลเซียมเฉลี่ยเพียง 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่ความเป็นจริงจำเป็นต้องได้รับมากกว่านั้น (สาเหตุที่คนไทยไม่เป็นโรคกระดูกพรุนกันมาก ทั้ง ๆ ที่ได้รับแคลเซียมน้อย เชื่อว่าเป็นเพราะลำไส้ของคนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 85 มียีนที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมแคลเซียม จึงดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่าคนต่างชาติ รวมไปถึงการรับประทานโปรตีนและเกลือแกงของคนไทยก็น้อยกว่าคนต่างชาติ และจากการได้รับวิตามินดีจากแสงแดดมากกว่า จึงทำให้คนไทยดูดซึมแคลเซียมได้มากขึ้น การขับถ่ายแคลเซียมออกทางปัสสาวะจึงน้อยลง) ซึ่งอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม เนยแข็ง เต้าหู้แข็ง กุ้งแห้ง ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาไส้ตัน) ถั่วแดง งาดำคั่ว ผักสีเขียวเข้ม (เช่น คะน้า ใบชะพลู) เป็นต้น  สำหรับคนไทยซึ่งมียีนที่ควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากลำไส้เล็กได้ดีกว่าชาวตะวันตกและได้รับแสงแดดที่ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ตลอดทั้งปี จะมีความต้องการปริมาณแคลเซียมน้อยกว่าชาวตะวันตก โดยมีคำแนะนำให้คนไทยบริโภคแคลเซียมตามช่วงอายุ ดังนี้
อายุ 9-18 ปี ควรบริโภคแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม
อายุ 19-50 ปี ควรบริโภคแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม
อายุมากกว่า 50 ปี ควรบริโภคแคลเซียมวันละ 800-1,000 มิลลิกรัม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว ควรบริโภคแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อสะสมมวลกระดูกไว้ให้มาก ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดกระดูกพรุนได้ดีกว่าการเสริมแคลเซียมหลังอายุ 30-35 ปีไปแล้ว เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างมวลกระดูกหนาแน่นสูงสุดไปแล้ว  เด็กและวัยรุ่นควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว ส่วนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุให้ดื่มนมวันละ 1-2 แก้วเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้ได้รับแคลเซียมร้อยละ 50 ของปริมาณที่ต้องการ ส่วนแคลเซียมที่ยังขาดอยู่ให้รับประทานจากอาหารแหล่งอื่น ๆ แหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด คือ นม และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนม รองลงมาคือ ปลาเล็กที่กิ ทั้งกระดูก กะปิ ในขณะแคลเซียมจากผักจะดูดซึมได้ไม่ดีนัก เนื่องจากปริมาณของสารไฟเตตและออกซาเลตในผักบางชนิดจะรบกวนการดูดซึมของแคลเซียม  ผู้ใหญ่บางคนที่มีข้อจำกัดในการดื่มนม เช่น เป็นเบาหวาน อ้วน มีภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ให้เลือกรับประทานเนยแข็ง นมพร่องมันเนย หรือนมเปรี้ยวแทน หรือบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมสูงในแต่ละมื้อให้มากขึ้น  หากไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมได้มากพอ ให้รับประทานยาเม็ดแคลเซียมแทนหรือรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม
หมั่นรับแสงแดด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างกระดูกได้ ในบ้านเราคนส่วนใหญ่จะได้รับแสงแดดเพียงพออยู่แล้ว นอกจากคนที่อยู่แต่ในบ้านตลอดเวลา ก็ควรจะออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าหรือยามเย็นบ้าง สักวันละ 10-15 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน แต่ถ้าต้องอยู่แต่ในที่ร่ม ไม่ถูกแสงแดด อาจรับประทานวิตามินดีเสริมวันละ 400-800 IU ก็ได้ แต่ต้องรับประทานหลังอาหาร เพราะในช่วงนั้นจะสามารถกระตุ้นกรดในร่างกายในกระเพาะอาหารให้หลั่งออกมาย่อยแคลเซียมได้  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังที่มีการถ่วงหรือต้านน้ำหนัก เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การเดินสลับวิ่ง การเดินขึ้นบันได กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก เต้นรำ รำมวยจีน การยกน้ำหนัก บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล เป็นต้น รวมไปถึงการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกำลังกล้ามเนื้อ  อย่างการเล่นกล้ามและการฝึกการทรงตัว เช่น การยืนด้วยขาข้างเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีมวลกระดูกเพิ่มขึ้นและกระดูกมีความแข็งแรงทั้งแขน ขา และกระดูกสันหลังแล้ว ยังช่วยเพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อและช่วยทำให้การทรงตัวดีขึ้นอีกด้วย (จากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายจะต้องเป็นการออกกำลังกายอย่างจริงจัง เช่น การออกกำลังกายอย่างมากพอเป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี จึงจะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้)
สนับสนุนบทความโดย  psthai888
เว็บ สล็อตออนไลน์  ที่ดีที่สุด

แสดงความคิดเห็น

ประกาศอัพเดท

ขายคอกกั้นเด็ก พีวีซี ราคาถูก จัดส่งฟรี ถึงบ้าน

() - Mother & ChildBaby products 11 Mar 2021

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 64 ครั้ง

www.คอกกั้นเด็ก.com ขายคอกกั้นเด็ก พีวีซีราคาถูก คุณภาพดี แข็งแรง จัดส่งทั่วประเทศ จัดส่งถึงหน้าบ้าน

() - Mother & ChildBaby products 21 Sep 2020

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 122 ครั้ง

allmaxbet เว็บบาคาร่าออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ ไม่ต้องทำเทิร์น ถอนไม่จำกัดครั้ง ฝากขั้นต่ำเพียง 50 บาท จ่ายสูงสุด 1 ล้านบาท ต่อบิล ยูสเดียวจบครบทุกเกมส์

() - Toys & GamesGame Online 8 Dec 2020

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 260 ครั้ง

ufa9win เว็บเดิมพันออนไลน์ ชั้นนำของประเทศไทย

() - Toys & GamesGame Online 8 Mar 2021

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 499 ครั้ง

Joker Gameing & Joker123 เกมสล็อตออนไลน์มือถือ

(กรุงเทพมหานคร) - Toys & GamesGame Online 17 Aug 2020

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 448 ครั้ง

หมูแผ่นนครปฐม หมูยิ้มยิ้ม ห่อ 35บาท รับตัวแทนจำหน่าย

(นครปฐม) - ธุรกิจ งานธุรกิจเสริม 10 Jan 2020

ราคา 35 บาท

เข้าชม 322 ครั้ง

หมูแผ่นยิ้มยิ้ม รับตัวแทนจำหน่าย รับผลิตในแบลนด์คุณ

(นครปฐม) - อาหารขนม เครื่องดื่ม 10 Jan 2020

ราคา 25 บาท

เข้าชม 244 ครั้ง

ฝากซื้อ ฝากขาย ให้เช่า การเคหะร่มเกล้า

(กรุงเทพมหานคร) - อสังหาริมทรัพย์ห้องพัก 23 Apr 2021

ราคา 360,000 บาท

เข้าชม 17 ครั้ง

รับซ่อมเครื่องซักผ้า และ ตู้เย็น นอกสถานที่

(กรุงเทพมหานคร) - Electric applianceAir conditioner, Refrigerator, Washing machine 12 Sep 2020

ราคา 500 บาท

เข้าชม 291 ครั้ง

Nxcasino สมัครง่าย ครบ จบทุกการบริการ

(กรุงเทพมหานคร) - Toys & GamesGame Online 29 Apr 2021

ราคา ไม่ระบุ

เข้าชม 21 ครั้ง

ติด SeoTextlink 300 เว็บ ที่นี่!

ราคา ไม่ระบุ

  • ผู้ลงประกาศ : อิมจู ยองฮี
  • ความต้องการ : For Rent
  • สภาพสินค้า : ไม่ระบุ
  • วันที่ลงประกาศ : 22 Jun 2020
  • อัพเดทล่าสุด : 22 Jun 2020 17:30:22 น.
  • ที่อยู่ : 125/235 ต.อรุณอมริทร์ อ.บางกอกน้อย
  • จังหวัด : กรุงเทพมหานคร
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0807806072
  • Email : yxngximcu@gmail.com

ติดต่อเจ้าหน้าที่ด่วน